|
|
Homepage|
Thai language course
| Living in
Ireland |
Food/Restaurant |
Travel&
Tourism |
News & Entertainments |
Jobs |
Education|
Culture|
Import & Export|
Science
&Technology |
Newsletters
Thai-Ireland |
Thai community |
Webboard|
Guest Book |
Join us (members) |
Statistic Meter |
Sponsors
|
Contact us
If you only look from the surface, the culture,
tradition as well as the way of living in those two countries seem to be
quite different But if you dig a little bit deeper, you will find that
not all is strange. Many things are alike, they just only look quite
different at the first glance. Unfortunately, many things look alike,
but actually they are not.This
culture page is to give you a little assistance in understanding and
perhaps to help you solve some problems.
|
เทศกาลและประเพณี/วันหยุด |
Ceremony/Holiday |
|

วัฒนธรรมจะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยมีประเพณีสืบต่อกันมา
คนรุ่นหลังจะต้องศึกษาให้เข้าใจึงคุณค่า ความหมาย
และวิธีปฏิบัติของประเพณีนั้น ๆ พร้อมทั้งต้องรู้จักพัฒนา ปรับปรุง
ให้ประณีตงดงาม เหมาะสมตามกาลสมัย มีการสืบทอดและเผยแผ่ จนสามารซึม
ซับวิถีชีวิตไทยได้ตั้งแต่ความเป็นมาในอดีต การดำรงอยู่ในปัจจุบัน
และแนวโน้มความเป็นไปในอนาคต
วันนี้
สังคมได้ตระหนักถึงเทศกาลและประเพณีวัฒนธรรมไทย
กันอย่างมาก
แม้แต่รัฐบาลเองก็ตั้ง "กระทรวงวัฒนธรรม" ซึ่งแยกออกจากกระทรวงศึกษาธิการ
เพื่อให้การจัดการ และการบริการงานวัฒนธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการที่ดีจะต้องอาศัยพลังจากคนไทยในสังคมร่วมกันสืบสาน
อนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมไทยให้เป็นสิ่งที่สังคมต้องตระหนักว่า..ถึงเวลาแล้วที่จะรักษาสืบทอดและอนุรักษ์ของดีๆเอาไว้
โดยพลังของสังคมเอง
ไม่ต้องมีใครบอก
ไม่ต้องมีใครรณรงค์หรือบังคับ แต่ขอให้เกิดจากใจของคนไทยทั้งหลาย
แล้วเราจะมีวัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์อยู่คู่ประเทศไทย.
ประเพณีไทยอันดีงามที่สืบทอดต่อกันมานั้นล้วนแตกต่างกันไปตามความเชื่อ
ความผูกพันของผู้คนต่อ
พุทธศาสนาและการดำรงชีวิตที่สอดประสานกับฤดูกาลและธรรมชาติอย่างชาญฉลาดของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่น
ทั่วแผ่นดินไทย ซึ่งประเพณีและอารยธรรมไทยยังนำมาซึ่งการท่องเทียว
เป็นที่รู้จักและประทับใจแก่ชาติอื่น นับเป็นมรดกอันลำค่าที่เรา
คนไทยควรอนุรักษ์และสืบสานให้ยิ่งใหญ่ตลอดไป
วันขึ้นปีใหม่ของไทย (
New
Year's Day )
: 1
Jan
วันขึ้นปีใหม่ของไทยแต่เดิมไทยเราถือเอา
วันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่
ต่อมาได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็น วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพาหมณ์
ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ หรือวันแรกที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากจักรราศีมีน
ไปสู่จักราศีเมษ ( เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า สงกรานต์ แปลว่า
การเคลื่อนย้าน)พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงให้ถือเอาวันที่
1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยต่อมาคณะรัฐบาลในสมัยจอมพลของ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ประกาศให้ใช้ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484
เป็นวันปีใหม่ตามสากลนิยมตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับบรรดานานาอารยประเทศ ซึ่งนิยมใช้วันที่ 1 มกราคม
เป็นวันขึ้นปีใหม่กันทั่วโลก
กิจกรรมต่างที่ควรปฎิบัติในวันขึ้นปีใหม่
1.เก็บกวาดดูแลทำความสะอาด
ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
2. ทำบุญตักบาตร
กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติและผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว
3. ไปวัดเพื่อทำบุญ ถือศีล ปฎิบัติธรรม
หรือฟังพระธรรมเทศนา ฯลฯ เพื่อให้จิตใจสดชื่นแจ่มใจเบิกบาน
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
4.ตรวจสอบตัวเองเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ
ที่ได้ทำมาตลอดปี ว่ามีความเจริญก้าวหน้าสำเร็จลุล่วงไปได้แค่ไหน
หากมีคั่งค้างก็เร่งขวนขวายปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตน
ถ้าอยู่ในเกณฑ์ดีก็ให้ตั้งใจทำให้ดียิ่งๆขึ้นไป
5.
หากมีเรื่องบาดหมางหรือขุ่นเคืองกับผู้ใด
ในวันนี้ควรถือโอกาสให้อภัยซึ่งกันและกัน
เริ่มสานความสัมพันธ์ให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยดี
วันเด็กแห่งชาติ
(Thai children Day) : 14
Jan
นายวี เอ็ม กุลกานี
ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ
เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของเด็ก
และเพื่อกระตุ้นเตือนให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง
งานวันเด็กแห่งชาติในเมืองไทยจัดในวันเสาร์ที่
2 ของเดือนมกราคม
จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน
ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ
ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในวันเด็กแห่งชาติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
ทรงโปรดระทานพระคติธรรม และ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี
จะมอบคำขวัญวันเด็กให้กับเด็กไทยทุกปี
วันครู
(Teachers Day )
:
16 Jan
ครูนับเป็นปูชนีย์บุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก
ในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ ประสบการณ์
ตลอดจนเป็นผู้มีความเสียสละ
ดูแลเอาใจใส่สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา
อันจะเป็นหนทางในการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเอง
รวมทั้งการนำพาสังคมประเทศชาติก้าวหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
"ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง …”
ดัง นั้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กำหนดให้
วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี เป็น "วันครู"
โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัตครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16
มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันครู ในทุกๆปี
คุรุสภาได้ให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูจากทั่วประเทศแถลŧ | |